May 20, 2026

Financial Modeling: ทักษะลับของนักวิเคราะห์การเงินที่บริษัทใหญ่ขาดไม่ได้!

น้อง ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า ก่อนที่บริษัทมหาชนจะตัดสินใจซื้อกิจการกันเป็นหมื่นล้าน

หรือก่อนที่นักลงทุนจะสร้างโรงงานขนาดใหญ่ เขาเอาตัวเลขมาจากไหน? เขาไม่ได้เดานะคะ แต่มันถูกคำนวณผ่าน Financial Modeling หรือการ “สร้างบริษัทจำลอง” ขึ้นมาใน Excel ก่อนจะลงเงินจริงนั่นเองค่ะ!

วันนี้พี่ Expert จะพาน้อง ๆ ไปรู้จักกับอาชีพที่เปรียบเสมือน “พ่อมดการเงิน” และลายแทงการเรียนต่อเพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนี้กันค่ะ

🧙‍♂️ Financial Modeling: ทักษะลับของนักวิเคราะห์การเงินที่บริษัทใหญ่ขาดไม่ได้!

ก่อนที่จะจ้างพนักงานจริง หรือก่อตั้งบริษัท นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst) จะทำการทดสอบสมมติฐานผ่านโมเดลการเงิน:

  • ต้องลงทุนเท่าไหร่?

  • กี่ปีถึงจะคืนทุน?

  • จุดคุ้มทุน (Break-even point) อยู่ตรงไหน?

  • ถ้าเศรษฐกิจพัง บริษัทจะยังรอดไหม?

คนที่กุมทักษะนี้ หากอยู่ในระดับสูงจะเรียกว่า Investment Banker ซึ่งเป็นสายงานที่ค่าตอบแทนสูงลิบและเป็นที่ต้องการตัวทั่วโลกค่ะ

🇦🇺 แนะนำสถาบัน: RMIT University (Australia)

หลักสูตร Master of Finance ที่นี่เน้นให้น้องเป็น “มือโปร” ด้านการวิเคราะห์ โดยมีวิชาไฮไลต์อย่าง Quantitative Financial Methods and Modelling รวมถึงสอนเรื่อง Risk Management และ Financial Structure

  • ค่าเรียนตลอดหลักสูตร: ~2,300,000 บาท (แบ่งจ่ายได้ 4 ครั้ง/2 ปี)

  • โปรโมชัน: มีทุนการศึกษา 20% เหลือเพียงประมาณ 1,840,000 บาท

🇳🇿 แนะนำสถาบัน: The University of Auckland (New Zealand)

ยูอันดับ 1 ของนิวซีแลนด์ที่มีวิชาเฉพาะทางอย่าง Financial Modelling Techniques และ Financial Analytics Applications ที่ทันสมัยมาก

  • ค่าเรียนตลอดหลักสูตร: ~1,460,000 บาท

  • ทุนการศึกษา: มีทุนมูลค่าประมาณ 200,000 บาท (ต้องยื่นสมัครแข่งขัน)

💡 ความจริงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

น้อง ๆ อาจจะเห็นว่าค่าเทอมสายการเงินไม่ถูกเลย นั่นเป็นเพราะมหาวิทยาลัยเหล่านี้ “เน้นจ้างตัวจริง” คืออาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นหรือโลกการเงินระดับสากลมาสอนน้องด้วย Case Study ของจริง!

พี่ Expert คอนเฟิร์ม: แม้ค่าเรียนจะสูง แต่ถ้าจบออกมาแล้วได้ทำงานใน Investment Bank หรือบริษัทชั้นนำ “แป๊บเดียวก็คืนทุนค่ะ” เพราะฐานเงินเดือนเริ่มต้นของสายนี้สูงกว่าสายอื่นมาก

⚠️ ข้อควรระวัง: Master of Finance vs Master of Applied Finance

สองหลักสูตรนี้ “เหมือนแต่ต่าง” ค่ะ!

  • Master of Finance: มักจะเน้นทฤษฎีเข้มข้น การวิจัย และการเตรียมตัวสู่ PhD หรือสาย Quantitative จัด ๆ

  • Master of Applied Finance: เน้นการประยุกต์ใช้จริงเพื่อออกไปทำงาน (Professional Practice) หากไม่ดูรายวิชา (Course Syllabus) ให้ละเอียด น้องอาจจะเลือกสาขาผิดและไม่ตอบโจทย์เป้าหมายอาชีพได้เลยค่ะ

สาขากรุงเทพฯ : 02-106-2728
LINE : @eevsbkk หรือ https://page.line.me/eevsbkk

ปรึกษาเรียนต่อกับพี่ Expert

กรอบฟอร์มเพื่อรับคำแนะนำที่ดีที่สุด แบบ case by case และเร็วๆที่สุด