April 23, 2024

ออสกับนิวไปเรียนที่ไหนดีและเหมาะกับเรา?

คำถามยอดฮิตที่พี่ Expert เจอบ่อยมากคือ “หนูควรไปเรียนต่อที่ไหนดี ระหว่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์?”

ทั้งสองประเทศนี้มีเสน่ห์และจุดเด่นที่ต่างกันอย่างชัดเจนเลยค่ะ วันนี้พี่จะมาสรุปข้อดีและข้อท้าทายของทั้งสองประเทศแบบเจาะลึก เพื่อให้น้อง ๆ เอาไปชั่งน้ำหนักและเลือกประเทศที่ “ใช่” สำหรับตัวเองที่สุดค่ะ!

🇦🇺 vs 🇳🇿 เปรียบเทียบชัด ๆ เรียนต่อออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ ดี?

เพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพรวมแบบไว ๆ พี่ Expert ขอสรุปจุดเด่นของทั้งสองประเทศไว้ในตารางนี้ก่อนเลยค่ะ

 

study-aus-new

🇦🇺 เจาะลึกออสเตรเลีย (Australia)

ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิต มีความคึกคัก และเต็มไปด้วยโอกาสในการทำงาน

จุดเด่น (Pros):

  • มีสถาบันการศึกษาให้เลือกเยอะมาก ตอบโจทย์ทุกสายวิชา

  • มหาวิทยาลัยหลายแห่งติด Top Ranking ระดับโลก และมีชื่อเสียง

  • สามารถแบ่งจ่ายค่าเทอมได้ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ครอบครัว

  • ค่าเรียนโดยเฉลี่ย (โดยเฉพาะคอร์สภาษาและสายวิชาชีพ) มีราคาถูกกว่านิวซีแลนด์

  • ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ทำให้โอกาสในการหางาน Part-time ทำระหว่างเรียนมีสูงมาก

จุดท้าทาย (Cons):

  • ค่าครองชีพค่อนข้างแพง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ซิดนีย์ หรือ เมลเบิร์น

  • หากต้องการวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Temporary Graduate Visa) จะต้องลงเรียนหลักสูตรอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป

  • กฎหมายใหม่มีการจำกัดอายุผู้ขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบไว้ที่ไม่เกิน 35 ปี (ใครที่อายุเกินอาจจะเสียโอกาสในส่วนนี้ไปค่ะ)

  • การพิจารณาวีซ่านักเรียนมีความเข้มงวดและท้าทายมากขึ้น

  • เนื่องจากเป็นประเทศยอดฮิตของคนไทย หากน้อง ๆ (โดยเฉพาะสายเรียนภาษา) ไม่พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมชาวต่างชาติ อาจจะทำให้พัฒนาภาษาได้ช้าค่ะ

🇳🇿 เจาะลึกนิวซีแลนด์ (New Zealand)

ดินแดนแห่งธรรมชาติที่เงียบสงบ ปลอดภัย และโดดเด่นเรื่องสิทธิประโยชน์หลังเรียนจบ

จุดเด่น (Pros):

  • สานฝันคนอยากทำงานต่างประเทศ เพราะได้วีซ่าทำงานหลังเรียนจบง่ายกว่ามาก เช่น เรียน ป.โท แค่ 1 ปี ก็ได้วีซ่าทำงานยาวถึง 3 ปี!

  • ค่าครองชีพโดยรวมถูกกว่า โดยเฉพาะหากเลือกอยู่เมืองอื่นที่ไม่ใช่เมืองหลวงอย่างโอ๊คแลนด์ (Auckland)

  • สัดส่วนนักเรียนไทยยังน้อยมาก ถือเป็นโอกาสทองของคนที่อยากโดนบังคับให้ฝึกภาษาแบบ 100%

  • อัตราการอนุมัติวีซ่านักเรียนโดยเฉลี่ยค่อนข้างเปิดกว้างและผ่านง่ายกว่าออสเตรเลีย

  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับคนเรียน ป.โท เพราะใช้เวลาเรียนเฉลี่ยเพียง 1 – 1.5 ปีต่อหลักสูตร

  • พิเศษสุดสำหรับนักศึกษา ป.เอก จะได้จ่ายค่าเทอมในเรท “นักศึกษาท้องถิ่น” (Domestic Fee) ซึ่งถูกและคุ้มค่ามากค่ะ

จุดท้าทาย (Cons):

  • ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ เพราะต้องจ่ายค่าเทอมขั้นต่ำ 1 ปีรวดเดียว (เช่น ลงเรียนภาษา 1 ปี ก็ต้องจ่ายเต็มจำนวนเลย)

  • สถานทูตตรวจสอบหลักฐานการเงิน (Statement) ย้อนหลังอย่างละเอียดมาก ไม่ว่าจะสมัครเรียนสถาบันระดับไหนก็ตาม

  • ขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่าออสเตรเลีย ทำให้ตำแหน่งงาน Part-time อาจจะมีจำนวนน้อยกว่า

  • ประชากรน้อย บรรยากาศเน้นธรรมชาติและเงียบสงบ ใครที่เป็นคนขี้เหงาหรือชอบแสงสีอาจจะเหงาได้ง่าย ๆ

  • บินไกลกว่า และไทม์โซนเวลาห่างจากไทยมากกว่าออสเตรเลีย ทำให้ติดต่อครอบครัวยากกว่านิดหน่อย

  • จำนวนสถาบันมีให้เลือกน้อยกว่า และ Ranking อาจจะไม่สูงเท่าฝั่งออสเตรเลีย

จะเห็นได้ว่าทั้งสองประเทศต่างก็มีเสน่ห์และข้อจำกัดที่ต้องนำมาพิจารณาให้ดีนะคะ น้อง ๆ ลองนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ดูว่า ไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และเป้าหมายอนาคตของเรา เหมาะสมกับประเทศไหนมากกว่ากัน แต่ไม่ว่าจะเลือกประเทศไหน ทีมงานพี่ Expert ก็พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างเชี่ยวชาญทั้งสองประเทศเลยค่ะ!

สอบถามข้อมูลพี่ Expert ได้เลยที่
สาขากรุงเทพฯ : 084-113-2303
LINE : @eevsbkk หรือ https://page.line.me/eevsbkk
Facebook : m.me/experteducationbkk


ปรึกษาเรียนต่อกับพี่ Expert

กรอบฟอร์มเพื่อรับคำแนะนำที่ดีที่สุด แบบ case by case และเร็วๆที่สุด