คำถามยอดฮิตที่พี่ Expert เจอบ่อยมากคือ “หนูควรไปเรียนต่อที่ไหนดี ระหว่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์?”
ทั้งสองประเทศนี้มีเสน่ห์และจุดเด่นที่ต่างกันอย่างชัดเจนเลยค่ะ วันนี้พี่จะมาสรุปข้อดีและข้อท้าทายของทั้งสองประเทศแบบเจาะลึก เพื่อให้น้อง ๆ เอาไปชั่งน้ำหนักและเลือกประเทศที่ “ใช่” สำหรับตัวเองที่สุดค่ะ!
🇦🇺 vs 🇳🇿 เปรียบเทียบชัด ๆ เรียนต่อออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ ดี?
เพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพรวมแบบไว ๆ พี่ Expert ขอสรุปจุดเด่นของทั้งสองประเทศไว้ในตารางนี้ก่อนเลยค่ะ

🇦🇺 เจาะลึกออสเตรเลีย (Australia)
ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิต มีความคึกคัก และเต็มไปด้วยโอกาสในการทำงาน
จุดเด่น (Pros):
-
มีสถาบันการศึกษาให้เลือกเยอะมาก ตอบโจทย์ทุกสายวิชา
-
มหาวิทยาลัยหลายแห่งติด Top Ranking ระดับโลก และมีชื่อเสียง
-
สามารถแบ่งจ่ายค่าเทอมได้ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ครอบครัว
-
ค่าเรียนโดยเฉลี่ย (โดยเฉพาะคอร์สภาษาและสายวิชาชีพ) มีราคาถูกกว่านิวซีแลนด์
-
ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ทำให้โอกาสในการหางาน Part-time ทำระหว่างเรียนมีสูงมาก
จุดท้าทาย (Cons):
-
ค่าครองชีพค่อนข้างแพง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ซิดนีย์ หรือ เมลเบิร์น
-
หากต้องการวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Temporary Graduate Visa) จะต้องลงเรียนหลักสูตรอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป
-
กฎหมายใหม่มีการจำกัดอายุผู้ขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบไว้ที่ไม่เกิน 35 ปี (ใครที่อายุเกินอาจจะเสียโอกาสในส่วนนี้ไปค่ะ)
-
การพิจารณาวีซ่านักเรียนมีความเข้มงวดและท้าทายมากขึ้น
-
เนื่องจากเป็นประเทศยอดฮิตของคนไทย หากน้อง ๆ (โดยเฉพาะสายเรียนภาษา) ไม่พยายามเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมชาวต่างชาติ อาจจะทำให้พัฒนาภาษาได้ช้าค่ะ
🇳🇿 เจาะลึกนิวซีแลนด์ (New Zealand)
ดินแดนแห่งธรรมชาติที่เงียบสงบ ปลอดภัย และโดดเด่นเรื่องสิทธิประโยชน์หลังเรียนจบ
จุดเด่น (Pros):
-
สานฝันคนอยากทำงานต่างประเทศ เพราะได้วีซ่าทำงานหลังเรียนจบง่ายกว่ามาก เช่น เรียน ป.โท แค่ 1 ปี ก็ได้วีซ่าทำงานยาวถึง 3 ปี!
-
ค่าครองชีพโดยรวมถูกกว่า โดยเฉพาะหากเลือกอยู่เมืองอื่นที่ไม่ใช่เมืองหลวงอย่างโอ๊คแลนด์ (Auckland)
-
สัดส่วนนักเรียนไทยยังน้อยมาก ถือเป็นโอกาสทองของคนที่อยากโดนบังคับให้ฝึกภาษาแบบ 100%
-
อัตราการอนุมัติวีซ่านักเรียนโดยเฉลี่ยค่อนข้างเปิดกว้างและผ่านง่ายกว่าออสเตรเลีย
-
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับคนเรียน ป.โท เพราะใช้เวลาเรียนเฉลี่ยเพียง 1 – 1.5 ปีต่อหลักสูตร
-
พิเศษสุดสำหรับนักศึกษา ป.เอก จะได้จ่ายค่าเทอมในเรท “นักศึกษาท้องถิ่น” (Domestic Fee) ซึ่งถูกและคุ้มค่ามากค่ะ
จุดท้าทาย (Cons):
-
ต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่ เพราะต้องจ่ายค่าเทอมขั้นต่ำ 1 ปีรวดเดียว (เช่น ลงเรียนภาษา 1 ปี ก็ต้องจ่ายเต็มจำนวนเลย)
-
สถานทูตตรวจสอบหลักฐานการเงิน (Statement) ย้อนหลังอย่างละเอียดมาก ไม่ว่าจะสมัครเรียนสถาบันระดับไหนก็ตาม
-
ขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่าออสเตรเลีย ทำให้ตำแหน่งงาน Part-time อาจจะมีจำนวนน้อยกว่า
-
ประชากรน้อย บรรยากาศเน้นธรรมชาติและเงียบสงบ ใครที่เป็นคนขี้เหงาหรือชอบแสงสีอาจจะเหงาได้ง่าย ๆ
-
บินไกลกว่า และไทม์โซนเวลาห่างจากไทยมากกว่าออสเตรเลีย ทำให้ติดต่อครอบครัวยากกว่านิดหน่อย
-
จำนวนสถาบันมีให้เลือกน้อยกว่า และ Ranking อาจจะไม่สูงเท่าฝั่งออสเตรเลีย
จะเห็นได้ว่าทั้งสองประเทศต่างก็มีเสน่ห์และข้อจำกัดที่ต้องนำมาพิจารณาให้ดีนะคะ น้อง ๆ ลองนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์ดูว่า ไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และเป้าหมายอนาคตของเรา เหมาะสมกับประเทศไหนมากกว่ากัน แต่ไม่ว่าจะเลือกประเทศไหน ทีมงานพี่ Expert ก็พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างเชี่ยวชาญทั้งสองประเทศเลยค่ะ!
สอบถามข้อมูลพี่ Expert ได้เลยที่
สาขากรุงเทพฯ : 084-113-2303
LINE : @eevsbkk หรือ https://page.line.me/eevsbkk
Facebook : m.me/experteducationbkk
ปรึกษาเรียนต่อกับพี่ Expert
กรอบฟอร์มเพื่อรับคำแนะนำที่ดีที่สุด แบบ case by case และเร็วๆที่สุด

