การไปเรียนต่อที่เยอรมนี นอกจากการเลือกมหาวิทยาลัยแล้ว “การเลือกเมือง” ก็สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะแต่ละเมืองมีค่าครองชีพ วัฒนธรรม และโอกาสในการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาดูกันค่ะว่า 10 เมืองยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติมีที่ไหนบ้าง และเมืองไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด!
| เมือง (City) | ค่าครองชีพเฉลี่ย/เดือน | จุดเด่นของเมือง (Vibe) | โอกาสงานพาร์ทไทม์ |
| 1. มิวนิค (Munich) | €1,000 – €1,500 | หรูหรา ธรรมชาติ ฐานทัพบริษัทใหญ่ | งานบริการ, งานองค์กร (BMW) |
| 2. แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) | €900 – €1,300 | เมืองหลวงทางการเงิน ตึกระฟ้า | งานการเงิน, งานออฟฟิศ, บริการ |
| 3. เบอร์ลิน (Berlin) | €800 – €1,200 | คึกคัก หลากหลาย สวรรค์ของ Startup | งาน Startup, ร้านอาหาร, บาร์ |
| 4. ฮัมบูร์ก (Hamburg) | €850 – €1,200 | เมืองท่าริมน้ำ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ | งานโลจิสติกส์, ร้านอาหาร, โรงแรม |
| 5. สตุทการ์ต (Stuttgart) | €850 – €1,200 | เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ (Porsche) | งานเทคโนโลยี, งานบริการ |
| 6. โคโลญ (Cologne) | €800 – €1,100 | วัฒนธรรม ศิลปะ มหาวิหารเก่าแก่ | อุตสาหกรรมสื่อ, คาเฟ่, ร้านอาหาร |
| 7. เบรเมิน (Bremen) | €750 – €1,050 | เมืองเก่าแก่ อบอุ่น เรียบง่าย | งานโรงแรม, งานร้านอาหาร |
| 8. ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) | €700 – €1,000 | เมืองมหาวิทยาลัย คลาสสิก สงบ | งานในมหาวิทยาลัย, งานบริการ |
| 9. ไลพ์ซิก (Leipzig) | €700 – €1,000 | เมืองศิลปะ ดนตรี ค่าครองชีพถูก | คาเฟ่, ร้านหนังสือ, มหาวิทยาลัย |
| 10. ดอร์ทมุนด์ (Dortmund) | €700 – €1,000 | เมืองกีฬา ฟุตบอล อุตสาหกรรม | อุตสาหกรรมกีฬา, ผับ, คาเฟ่ |
หมายเหตุ: ค่าครองชีพประเมินรวมค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล)
🏙️ เจาะลึกไลฟ์สไตล์และโอกาสในแต่ละเมือง
กลุ่มที่ 1: เมืองใหญ่สายธุรกิจและนวัตกรรม (โอกาสงานสูง ค่าครองชีพสูง)
-
มิวนิค (Munich): เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุด แต่แลกมากับความปลอดภัย สภาพแวดล้อมที่สะอาด และโอกาสทำงานในบริษัทระดับโลกอย่าง BMW
-
แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt): เหมาะกับคนสาย Finance และนักธุรกิจ ชีวิตเร่งรีบแบบคนเมืองใหญ่ เป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป
-
เบอร์ลิน (Berlin): เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสีสัน ค่าครองชีพยังจับต้องได้เมื่อเทียบกับเมืองหลวงอื่นในยุโรป เหมาะกับเด็กสาย Tech และคนที่ชอบทำงานในบริษัท Startup
-
ฮัมบูร์ก (Hamburg): ใครชอบบรรยากาศริมน้ำและความหรูหราเบา ๆ ต้องที่นี่ โดดเด่นมากสำหรับคนเรียนสายโลจิสติกส์และ Media
กลุ่มที่ 2: เมืองสายอุตสาหกรรมและวัฒนธรรม (ค่าครองชีพระดับกลาง)
-
สตุทการ์ต (Stuttgart): ศูนย์กลางยานยนต์ระดับโลก (Mercedes-Benz, Porsche) พื้นที่สีเขียวเยอะ เหมาะกับสายวิศวกรรม
-
โคโลญ (Cologne): เมืองแห่งมหาวิหารริมแม่น้ำไรน์ ผู้คนชิลล์และเปิดกว้าง โดดเด่นด้านอุตสาหกรรมสื่อ (Media)
-
เบรเมิน (Bremen): เมืองเล็ก ๆ แต่น่ารักมาก บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับคนที่ชอบชีวิตเรียบง่ายแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
กลุ่มที่ 3: เมืองสายประหยัดและเมืองการศึกษา (ค่าครองชีพเป็นมิตร)
-
ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg): เมืองแห่งมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และสวยงามราวกับในนิทาน บรรยากาศสงบ เหมาะแก่การเรียนอย่างแท้จริง
-
ไลพ์ซิก (Leipzig): ได้รับฉายาว่า “The New Berlin” เพราะเต็มไปด้วยศิลปะ ดนตรี และคนรุ่นใหม่ แต่ค่าเช่าห้องยังถูกกว่าเบอร์ลินมาก
-
ดอร์ทมุนด์ (Dortmund): สวรรค์ของคนรักฟุตบอล ค่าครองชีพถูก ผู้คนเป็นกันเอง หางานพาร์ทไทม์ในผับหรือร้านอาหารได้ง่าย
สรุป: ไม่ว่าคุณจะเป็นสายปาร์ตี้ สายธรรมชาติ หรือสายวิชาการสุดเนิร์ด เยอรมนีมีเมืองที่ตอบโจทย์คุณแน่นอน สิ่งสำคัญคือการประเมิน “งบประมาณ (Blocked Account)” ควบคู่ไปกับ “สายอาชีพที่อยากทำหลังเรียนจบ” เพื่อเลือกเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของคุณค่ะ!
ปรึกษาเรียนที่เยอรมนี
สาขากรุงเทพฯ : 02-106-2728
LINE : @eevsbkk หรือ https://page.line.me/eevsbkk
Facebook : m.me/experteducationbkk
Website : www.experteducation.com/thailand
Expert Education คุยที่เดียวครบ จบทุกเรื่องเรียนต่อ!
ปรึกษาเรียนต่อกับพี่ Expert
กรอบฟอร์มเพื่อรับคำแนะนำที่ดีที่สุด แบบ case by case และเร็วๆที่สุด

